ประวัติและการปลูกมะม่วงหินพานต์ขั้นต้น

จากการคาดการณ์มะม่วงหินพานต์ น่าจะมาจากประเทศอินเดียในปี พ.ศ. 2444 นำเข้ามาโดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ คอซิมบี ณ ระนอง โดยชื่อเรียกของมะม่วงหินพานต์มีหลายชื่อแล้วแต่คนในถิ่นฐานนั้นจะเรียก เช่น ยาโห้ย/ยาโหย ส่วนคนจังหวัดกระบี่เรียก ยาหมู/ย่าหมู หรือ ยามู่ และชื่อที่อีกหลายจังหวัดเรียก หัวครก กาหยี กาหยู เล็ดล่อ หรือ ท้ายล่อ ที่ได้ยินบ่อยสุดก็คงเป็นชื่อมะม่วงหินพานต์นั้นเอง กรมวิชาการเกษตรได้เป็นผู้ทดลองปลูกและได้ศึกษาค้นคว้าหาพันธุ์ที่เหมาะสมที่จะปลูกในพื้นที่ประเทศไทยมากที่สุด ในการปลูกพืชชนิดนี้ต้องอาศัยน้ำเป็นจำนวนมากแต่ห้ามให้น้ำท่วมเด็ดขาดเพราะไม่งั้นตัวต้นมะม่วงหินพานต์จะไม่รอด ถ้าได้รับการดูแลที่ดีต้นไม้พันธ์นี้จะมีอายุที่ยืนยาวหลายปี เพราะเป็นตะกูลเดียวกับต้นมะม่วงนั้นเองที่ชอบอากาศร้อน และฝนตกชุกแต่ไม่ชอบสถานที่มีน้ำขัง ถ้าใครได้ปลูกเจ้าพีชนี้จะสักเกตว่าต้นมะม่วงหินพานต์มีในร่วงแต่จริงๆแล้วพืชนี้ไม่มีการผลัดใบแต่จะมีใบร่างตลอดแล้วจะมีใบใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ ความสูงของต้นมีประมาน 6-12 เมตร มีการออกช่อที่ปลายกิ่ง และแบ่งเป็นเกสรตัวผู้เกสรตัวเมียในแต่ละช่อ การผสมจึงต้องนำไปผสมในช่อเดียวกัน ใน1ช่อมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบมีลักษณ์เป็นสีเขียว กลีบดอกเป็นสีขาว 5 กลีบ และเมื่อแรกบ้านกลีบก็จะค่อยๆบานเป็นสีชมพู และจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสี่ชมพูอมเหลือง และจะเห็นเมล็ดของพืชชนิดนี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องการก็คือเมล็ดของพืชชนิดนี้นั้นเอง

© 2017 มะม่วงหิมพานต์พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ | ScrollMe by AccessPress Themes