cashew_nut

ใครท้องร่วง เป็นไข้ น้ำร้อนลวก เชิญมาใช้บริการกับต้นมะม่วงหิมพานต์กันค่ะ

  ต้นมะม่วงหิมพานต์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อพื้นบ้านของคนทางภาคใต้ว่า ต้นกาหยีก็เรียก เม็ดกาหยีก็ใช่                        หรือจะเรียกว่า ต้นยาร่วงก็ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะนำใบมาทำเป็นผักเกร็ดไว้จิ้มกับน้ำพริกต่างๆได้รสอย่างฝาดขม                   อร่อยนักเชียว โดยเฉพาะยิ่งทานกับขนมจีนด้วยแล้วอร่อยจังฮู้อย่างบอกไม่ถูกเลย หรือจะนำผลของต้นมะม่วง                    หิมพานต์มาทำเป็นแกงจืดใส่ใบแมงลักผสมผสานเข้าไปยิ่งอร่อยมากๆ หรือจะนำเม็ดที่อยู่ใต้ผลมาเผาให้เม็ดข้างในสุกกรอบแล้วนำมาทุบให้แตก วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำกันมาแต่โบราณแล้ว และผู้ชายทางภาคใต้มักจะชอบนำเม็ด                                   มาทำเป็นกับแกล้มรับประทานกับเหล้าเช่นเดียวกับถั่วลิสงคั่ว อร่อยแบบมันๆดี โดยเม็ดของต้นมะม่วงหิมพานต์นี้                 มีราคาที่สูงมาก บางแห่งกิโลละเกือบ 200 บาทเชียว ด้วยวัตถุดิบถึงแม้จะหาได้ง่ายตามภาคใต้ก็ตาม แต่การทำเม็ด                  ให้มีรสชาติที่อร่อยนั้นยาก ด้วยการเผาอาจเกิดการสกปรกของเม็ดได้ บางแห่งก็เอาเม็ดไปอบให้ดูดีทำใส่แพ็คเกจแล้วน่าซื้อเป็นของฝาก โดยเม็ดต้นมะม่วงหิมพานต์มีการวางขายอยู่สองแบบ คือ หากมีการลอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ดูสะอาดน่ากิน กิโลกรัมจะสูงแพงขึ้น เพราะมีการคัดสรรเม็ดอย่างดี แต่หากยังไม่ลอกเปลือก การขายก็จะไม่แพงมากนัก                                                                                                                                                                                                                    เหตุที่มีคนทานพืชผลของต้นมะม่วงหิมพานต์กันเยอะทางภาคใต้นั้น ก็เพราะต้นมะม่วงหิมพานต์                                       มีประโยชน์มาก ตั้งแต่ใบที่เป็นใบหนาเกลี้ยงวงรีกว้าง มีลักษณะบาง สามารถนำมาสูดดม เพื่อแก้อาการไอและ                   เจ็บคอได้ โดยต้องใช้ใบสดๆ หรือจะนำใบมาช่วยรักษาแผลในลำไส้ รักษาโรคกระเพาะอาหาร หรือท้องร่วง                         ก็สามารถทำได้ แม้กระทั่งแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ก็นำใบที่แก่มาบดแล้วทาบริเวณที่เป็นแผลดังกล่าว ส่วนผล                    มีลักษณะคล้ายลูกชมพู่ เนื้อผลเต็มอิ่มไปด้วยน้ำ […]

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทานแล้วอ้วนจริงหรือ

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ของว่างทานเล่นที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะนำมารับทานในช่วงเวลาว่างๆ เพราะว่าสามารถหาได้ง่าย ไม่ต้องเตรียมอะไร ละยังรับทานได้ง่ายอีก ผู้หญิงหลายคนมีความเชื่อว่าการทานถั่วนั้นไม่อ้วน วันนี้เราจะมาเฉลยว่าแท้จริงแล้วการรับประทานถั่วนั้นทำให้อ้วนจริงหรือเปล่า -ตามความคิดของคนส่วนมากคิดว่าการทานถั่วในปริมาณที่มากจะทำให้อ้วน เรื่องนี้ถือว่าถูกเพียงครึ่งเดียวเพราะไขมันในถั่วนั้นมีมากถึง 50 % แต่ไขมันในถั่วส่วนใหญ่นั้นล้วนเป็นไขมันดี และยังอุดมไปด้วยวิตามินมากมายที่ร่างกายนั้นต้องการและมีไฟเบอร์สูงช่วยในเรื่องการปรับสมดุลของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม แต่ควรทานไมปริมาณที่พอเหมาะด้วย -มีการวิจับว่าในเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น 1 กำมี หรือประมาณ 30 กรัมนั้น ให้พลังงานเพียง 140 กิโลแคลอรี่ เท่านั้น   และในเม็ดถั่วนั้นมีเส้นใยอาหารในปริมาณที่สูง นั่นจึงเป็นส่วนช่วยในการดูดซึมไขมันได้เป็นอย่างดี สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ และยังช่วยในระบบของการย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี ด้วยโปรตีนจากพืชที่สูงจึงสามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ ทำให้อยู่ท้องมากขึ้น -เคล็ดลับง่ายๆ ในการทานก็คือ ทานเพียงแค่ 1 กำมือ ก่อนรับประทานอาหารจะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง และสามารภทานร่วมกับสลัดเพื่อใช้ลดความอ้วนได้อีกด้วย -แต่ก็ยังมีข้อควรระวังในการรับประทาน คือไม่ควรทานเกินวันละ 1 กำมือ เพราะแม้ว่าจะมีไขมันดี แต่เมื่อทานมากไปอาจเกิดไขมันสะสมทำให้อ้วน และมีปัญหาสุขภาพตามมาได้ และควรเลือกซื้อแต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานของ อย (องค์การอาหารและยา)

nrccashew grown

วิธีปลูกเมล็ดมะม่วงหิมพานต์แบบบ้านๆเข้าใจง่าย

มะม่วงหิมพานต์เหมาะสมที่จะปลูกในประเทศไทยเพราะพืชสายพันธ์นี้ชอบอากาศร้อนและมีฝนตกชุบเป็นต้นไม้ตระกูลเดียวกับมะม่วง ที่เห็นจากชื่อก็จะรู้ได้ในทันที เป็นพืชที่ไม่ผลัดใบความสูงจากต้นถึงยอดก็อยู่ราว 6- 12 เมตร การแผ่กิ่งก้านเป็นพุ่มได้กว้าง 4-10 เมตร ลักษณะของกิ่งก้านใหญ่ สามารถที่จะแต่งกิ่งก้านได้ตามที่เราต้องการ แต่ถ้าอยู่ในธรรมชาติจะไม่แตกกิ่งก้าน มีใบรูปวงรีเหมือนไข่ โคนใบแหลมยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร มีดอกรูปทรงเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ประมาณ 15-25 เซนติเมตร บางดอกมีเกสรตัวผู้ และบางดอกจะมีทั้งเกสรตัวผู้ และตัวเมียอยู่ในช่อเดียวกัน ในการผสมพันธ์จึงต้องทำในช่อเดียวกัน และในหนึ่งดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ เมื่อออกดอกจะมีสีขาวนวลและเมื่อระยะเวลาผ่านไปจะเปลี่ยนสีชมพูอมเหลือง ทิ้งไว้สักระยะหนึ่งจะมีดอกกลีบเลี่ยงทั้ง 5 จะม้วนเข้าหากลีบเลี้ยงช่วงเวลานี้จะเห็นเกสรตัวเมียได้ชัดที่สุด ส่วนเกสรตัวผู้จะอยู่ภายในดอก 9 อัน มีรังไข่อยู่ในเกสรตัวเมีย ลูกอ่อนของมะม่วงหิมพานต์มีลักษณะที่แตกต่างสิ่งที่เห็นเป็นก้านยาวๆนั้นคือผลของดอกที่ขยายตัวใหญ่ขึ้น เมล็ดของมะม่วงหิมพานต์นั้นอยู่ที่ปลายสุดรูปร่างเป็นเมล็ดใหญ่ๆ เมื่อผลสุกจะมีสีสันสดใสสามารถเก็บได้เลยการเก็บควรจะใส่ถุงมือ เม็ดมะม่วงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงจึงได้รับความนิยมสูง และส่วนอื่นๆก็สามารถนำไปทำประโยชน์ได้มากมาย

มะม่วงหิมพานต์3

มะม่วงหิมพานต์พืชใกล้ตัวสรรพคุณรอบด้าน

มะม่วงหิมพานต์พืชที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปมีการแปรรูปและนำมาใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน แต่ท่านรู้ใหมมะม่วงหิมพานต์นั้นไม่ใช่แต่ส่วนของเมล็ดที่มีประโยชน์เท่านั้นในส่วนอื่นๆ ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกรอบด้านอย่างที่ท่านต้องคิดไม่ถึงแน่นอน ประโยชน์ของมะม่วงหิมพานต์ -ส่วนของเม็ด มีสารในการช่วยต่อต้านการสร้างอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพต่างๆ และยังช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัยได้ -มีใยอาหารสูงสามารถเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี สามารถช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดีช่วยลดการดูดซึมของไขมันได้ คนเป็นโรคเก๊าสามารรับประทานได้เนื่องจากมีสารพิวรีนน้อยจนแทบจะไม่มีเลย -สามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้ เพราะมีรสเปรี้ยว กลมกล่อม ในภาคใต้ของเรานิยมนำมาทำ แกงส้มหรือใช้แทนน้ำยำ และส่วนของผลเมื่อสุกแล้วสามารถนำไปเป็นหัวเชื้อในการหมักไวน์ ทำน้ำส้มสายชู หรือทำเป็นเครื่องดื่มได้ -ไม้จากลำต้นนั้นมีเนื้อที่อ่อนและมีขนาดเล็กสามารถ นำไปแปรรูปในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กได้ เช่นทำหีบเก็บของ , ใช้ต่อเรือ และยังนำมาเป็นฟืนได้อีกด้วย ในส่วนของยางจากลำต้นนั้นสามารถนำมาทาบ้านเพื่อป้องกันปลวกได้ -ในทางการแพทย์นั้นมีการสกัดนำมันจากเปลือก เพื่อนำมารักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเหน็บชา , วัณโรค , โรคเท้าช้าง ,เลือดคั่ง , เรื้อน และส้นเท้าแตกได้ ท่านคงเห็นแล้วว่าสรรพคุณของต้นหิมพานต์นั้นมีมากมายรอบด้าน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย แต่ในส่วนของการรับประทานนั้น ต้องมีขั้นตอนตอนและคำแนะนำเล็กน้อย เช่นในส่วนของเม็ดนั้นจะมีน้ำมันมาก และให้พลังงานสูง ดังนั้นจึงไม่ควรรับทานมากจนเกินไป และควรเลือกทานแต่ถั่วที่ผ่านการรับรองจาก อ.ย ที่ได้คุณภาพ และมาตรฐานท่านั้น เพื่อสุขภาพที่ดีของท่าน

nrccashew interest

มะม่วงหิมพานต์พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง

มะม่วงหิมพานต์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สามารถสูงได้ถึง 12 เมตร เป็นต้นที่มีใบแข็ง เปลือกนอกสีน้ำตาลเทา สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในทุกภูมิภาค แต่ที่ภาคใต้จะได้รับนิยมมากที่สุด ต้นมะม่วงหิมพานต์นั้นมีแหล่งกำเนิดมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศบราซิล มีการนำมาปลูกครั้งแรกในประเทศไทยในภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2444 พืชยืนต้นชนิดนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้จากทุกส่วน มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีส่วนประกอบของโปรตีนที่ย่อยสลายง่าย มีแร่ธาตุมากมาย ส่วนประกอบของต้นมะม่วงหิมพานต์ -ส่วนใบ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเรียงเวียน ใบคล้ายรูปไข่กลับหัว ปลายใบกลม โคมใบที่แหลม มีกลิ่นหอมส่วนใบกว้างได้ถึง 10 ซ.ม. และสามารถยาวได้ถึง 20 ซ.ม. มีสรรพคุณในการช่วยลดไข้ , ใบสดนำมาเผาไฟและสูดดมเพื่อบีเทาอาการไอ และแก้เจ็บคอได้ -ส่วนดอก มีลักษณะเป็นช่อกระจาย ดอกมีสีขาวเหลืองนวล เมื่อโตเต็มวัยจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู ใน 1 ดอกจะมีดอกย่อยอีกจำนวนมาก มีกลีบสีเขียวขนาดเล็ก ดอกหนึ่งมีลายแยกเป็น 5 กลีบ ปลายแหลมเรียว หลังจากดอกร่วงจะติดผล -ส่วนผล ลักษณะคล้ายกับผลชมพู่ ผลเป็นพวงห้อยลงมา มีความยาวประมาณ 5 – 8 ซ.ม. […]

-50(3)

มะม่วงหิมพานต์สมุนไพรรักษาโรคแปรรูปอาหารได้หลากหลาย

มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชไม้ยืนต้นที่สามารถทำกำไรให้ประเทศไทยปีละหลายล้านบาท จัดว่าเป็นพืชผลทางเขตร้อนที่ปลูกกันมากที่สุดในโลก มีลักษณะและรสชาติคล้ายถั่ว แต่มีเม็ดที่เรียวกว่าเหมือนกับพระจันเสี้ยว มีการนำมาปรุงอาหารและแปรรูปผลิตพันธ์ส่งออกนอกประเทศอย่างมากมายได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบแห้ง เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือหรือปรุงรสและเมล็ดที่คั่วขายแบบไม่ปรุงรส เพื่อนำไปทำอาหารคาวและหวานได้อีกด้วยเช่น ผัด แกง ต้ม ขนมปัง ขนมเค้ก ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับราคาอาหารได้เป็นอย่างดี เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีราคาสูงเป็นอย่างมากต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือและใช้ความประณีตอย่างดีที่สุด อีกอย่างมะม่วงหิมพานต์ก็ดูแลยากอยู่พอสมควรต้องคอยตัดกิ่งให้งอกขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ เพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมะม่วงหิมพานต์สามารถรับประทานสดๆ ได้อีกด้วยช่วยเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคให้แก่ผู้อื่น โดยมีแพทย์ได้ทำการวิจัยขึ้นมาและได้พบว่ามะม่วงหิมพานต์สามารถรักษาโรคได้มากถึง 62 ชนิด คนโบราณนิยมใช้เป็นยาช่วยแก้เลือกออกตามไรฟันหรือโรคลักปิดลักเปิดนั้นเอง มะม่วงหิมพานต์มีแร่ธาตุและประโยชน์ต่อคนเป็นอย่างมาก ทำให้ราคาสูงตามไปด้วยในส่วนของอื่นๆ บนต้น แม้แต่ใบยังเป็นยาได้เลย ในต่างประเทศใช้ผสมกับตัวยาที่ล้ำสมัยและช่วยบำรุงรักษาร่างกายได้อย่างดีมากๆ ด้วย เป็นพืชที่ให้พลังงานเยอะเมื่อรับปะทานเข้าไป แต่ก็มีไขมันที่มากพอสมควรเช่นกัน ในร้านอาหารชอบนำเจ้ามะม่วงหิมพานต์มาทำเมนูน่าอร่อยได้เยอะ เช่นยำสามกรอบ เป็นต้น แต่ถ้ากินมากๆ ก็อาจจะเลี่ยนได้ แต่ผู้หญิงจะชอบกินเป็นอย่างมากเพราะมันมีรสชาติดี เหมาะสำหรับคนที่มีกิจกรรมยามว่างๆ หรือเอาไปกินตอนดูหนังที่บ้านก็ได้ เพลินดีมากๆ เลยแหละ

สายพันธ์มะม่วงหิมพานต์

ลักษณะของต้นมะม่วงหิมพานต์หลากหลายสายพันธุ์

มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชไม้ดอกยืนต้น Anacardiaceae คาดกันว่าเป็นพืชที่มาจากพื้นเมืองของภาคตะวันออกฉียงเหนือของประเทศบราซิล และเรียกได้หลายภาษาเป็นอย่างมากและก็กล่าวต่อกันมาอีกว่ามะม่วงหิมพานต์เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้อีกด้วย เป็นที่นิยมในการปลูกมากตั้งแต่เม็กซิโกจนถึงเปรูและได้ขยายพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว จนไปถึงอเมริกาเหนือและแอฟริกา ตามหมู่เกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก จนมาถึงที่ทวีปเอเชีย ปัจจุบันมีการออกมะม่วงหิมพานต์มีรายใหญ่ในการส่งออกของโลกอยู่ไม่กี่ราย ได้แก่ โมแซมบิค อินเดีย บราซิล แทนซาเนีย เป็นต้น มะม่วงหิมพานต์ได้เข้ามาสู่ยังประเทศไทยเมื่อปีพุทธศักราช 2444 โดย พระยารัษฎานุประดิษฐ์ หรือ คอมซิมบี ณ ระนอง นั่นเอง ซึ่งได้นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย โดยกรมวิชาเกษตรได้ทำการค้นคว้าเพิ่มเติ่มให้มะม่วงหิมพานต์ได้ทำการปลูกในประเทศไทยและสร้างผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง ลักษณะทั่วไปของต้นมะม่วงหิมพานต์ในประเทศไทย มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชยืนต้นตระกูลเดียวกับมะม่วงที่มีอยู่บนโลกในประเทศเขตร้อน เป็นใบไม้ผลัดใบสูง ความกว้างโดยรอบของต้นใหญ่ถึง 4 – 10 เมตร กิ่งยอดยาวแผ่ออกมาจากกิ่งใหญ่ ถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติจะไม่มีกิ่งแขนงเกิด ต้องทำการตัดกิ่งอยู่สม่ำเสมอ มีดอกสีแดงที่กว้างประมาน 10 – 25 เซนติเมตร สายพันธุ์ของมะม่วงหิมพานต์ที่พบบนโลก มะม่วงหิมพานต์มีไม่ต่ำกว่า 400 สายพันธุ์ แต่จะมีพันธุ์ปลูกอยู่ในประเทศไม่กี่พันธ์เพียงเท่านั้น พันธ์ที่ขึ้นชื่อและรู้จักกันในปัจจุบันมี พันธุ์ศรีสะเกษ 60-1,ศรีสะเกษ 60-2,พันธุ์ศรีวิชัย 25,พันธุ์เกาะพยาม แต่ละสายพันธุ์ก็จะให้ผลผลิตที่ใกล้เคียงกัน แต่จะเหมาะกับพื้นที่ในแต่ละจังหวัดของเราไปคนละแบบ […]

มะม่วงหิมพานต์2

มะม่วงหินพานต์กินแต่พอดีจะเกิดผลดีต่อร่างกาย

มะม่วงหินพานต์นอกจากจะมีประโยชน์ที่ร่างการต้องการเพราะมีสารต่างๆมากมาย เช่น สารเมลานิน สารแอนโทไซยานิน โปรตีน แร่ทองแดง สารเอนไซม์ ที่ดีต่อร่างกายในหลายๆส่วนแล้ว คุณจะรู้หรือไม่ว่าการที่คุณรับประทานอะไรที่มากไปก็อาจเกิดผลเสียต่อตัวเองได้ไม่เว้นแม้กระทั่งมะม่วงหินพานต์ก็เช่นกัน สำหรับคนที่ทานมากเกินไปอาจจะมีสารตกค้างจากเม็ดมะม่วงหินพานต์ การตกค้างของสารออกซาเลท ซึ่งจะพบมากในเมล็ดซึ่งจะสะสมในร่างกายมีผลต่ออาจทำให้เกิดก้อนนิ่วได้โดยเฉพาะในไต และจะตามมาด้วยปัญหาในถุงน้ำดีทานที่มีโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะที่กล่าวมาควรหลีกเลี่ยง สารซาเลทนี้ยังมีผลต่อการดูดซึมแคลเซียมของกระดูกถ้ามีในร่างกายมากเกินไป อาการแพ้ก็เกิดขึ้นได้สำหรับคนที่แพ้อาหารจำพวกนี้ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะทานเข้าไปแล้วจะดีต่อร่างกาย ยกตัวอย่างท่านที่มีอาการแพ้ถั่วก็อาจจะแพ้เม็ดมะม่วงหินพานต์ได้เช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนที่แพ้จะรับสารอาหารที่เม็ดมะม่วงหินพานต์ให้ไม่ได้เพราะสามารถไปหาทานสิ่งอื่นที่มีคุณค่าทางอาหารที่ใกล้เคียงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือพืชเช่นไหนๆการทานที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียงทั้งนั้นไม่ว่าจะมีคุณค่าทางอาหารมากแต่ไหนแต่ถ้าสะสมในร่างกายเยอะๆก็เป็นผลเสียเช่นกัน จึงฝากไปถึงนักบริโภคทุกคนที่ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาจเกิดโรคที่ร้ายแรงอย่างที่ท่านคาดไม่ถึงก็เป็นได้

0107

เม็ดมะม่วงหินพานต์สุดสารอาหารที่ร่างกายต้องการ

คงไม่มีเมล็ดชนิดไหนที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเท่ากันเม็ดมะม่วงหินพานต์อีกแล้ว เพราะจากผลวิจัยเพียงท่านทาน 10 เม็ด ก็ได้พลังงานมากพอใน1วัน ด้วยเมล็ดนั้นมีโปรตีนที่สูงมาก และยังมีคุณประโยชน์ทางด้านยารักษา ยกตัวอย่างเช่น สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ เพราะในเมล็ดมะม่วงหินมะพานต์นั้นมีสารแอนโทไซยานิน สารนี้จะพบได้ผลไม้จำพวกองุ่น ซึ่งดีต่อรางกายตรงที่เป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระสามารถที่จะต้านเนื้องอกได้เพราะจะไปออกออกฤทธิ์ต้านสารที่จะก่อให้เกิดมะเร็งได้ คนที่คิดว่าตัวเองอยู่ในความเสี่ยงของโรคที่กล่าวมานี้ก็เพียงท่านเม็ดมะม่วงหินพานต์ ก็จะปลอดภัยต่อโรคเหล่านี้ ที่สำคัญในเมล็ดยังมีแร่ทองแดงที่มีปริมานสูงทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยลง ยังช่วยในเรื่องของบำรุงผมและผิวหนัง เพราะเจ้าทองแดงนี้มีสารเอนไซม์ จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสารเมลานิน เพราะเส้นผมของเราต้องการสารนี้มาเพื่อบำรุงเส้นผมที่ต้องเจอกับความร้อนอยู่บ่อยๆจะช่วยให้ผมดำและผิวพันดีขึ้นถ้ากินอย่างสม่ำเสมอ ยังไม่หมดเท่านั้นในตัวเมล็ดทานตะวันยังมีสารที่ช่วยในการบำรุงกระดูก ซึ่งสารแมกนีเซียมจะพบมากในเมล็ดซึ่งมีส่วนให้กระดูกแข็งแรงมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บแคลเซียมซึ่งถ้ามีสารนี้มากก็ยิ่งสะสมแคลเซียมได้ดีอีกทั้งยังมีเอนไซม์ที่มาจากแร่ทองแดงที่สูงก็มีส่วนช่วยในเรื่องของกระดูก และยังทำงานร่วมกับคอลลาเจนกับ อิลาสตินในร่างกายจะทำให้ข้อกระดูดในร่างกายทำงานได้ดี

DSC00170

ประโยชน์ของการปลูกมะม่วงหินพานต์ที่คุณคาดไม่ถึง

มะม่วงหินพานต์มีประโยชน์มากมายตั้งแต่เมล็ดยันเปลือกเลยที่เดียวซึ่งบางคนอาจจะแค่รู้จักเมล็ดของมันที่หาซื้อได้ทั่วไปหลายคนนำไปประกอบอาหารแต่จะหารู้ไหมว่านำไปรักษาโรคได้มากมาย เช่น 1 .รากของมะม่วงหินพานต์สามารถนำไปเป็นส่วนผสมของยาแก้โรคท้องร่วงและสามารถสมานแผลได้ เปลือกของต้นสามารถนำไปทำเป็นยาแก้อาการผิวหนังพุพอง แก้ปวดฟันโดยการนำไปต้มกิน ลำต้นที่มียางของมะม่วงหินพานต์ สามารถนำไปทำประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันได้ โดยนำไปทำหมึกประทับตราผ้าได้ น้ำมันขัดเงา เคลือบหนังสือได้ เป็นส่วนประกอบของกสารบัดกรีโลหะ และคุณสมบัติเป็นก้าวได้ 4.ในส่วนของลำต้น นำไปทำหีบใส่ของได้ ลังไม้ที่มีคุณภาพแข็งแรง เรือก็สามารถทำได้ด้วยต้นทุนที่ไม่สูง และในสมัยก่อนก็นำไปทำดุมล้อเกวียน เพราะคุณสมบัติเป็นไม้ที่มีเนื้อแข็ง 5. ส่วนของใบแก่ถ้านำมาบดละเอียดก็สามารถทำเป็นยาเอาไว้บรรเทาอาการแผลจากไฟไหม้หรือนำร้อนลวกได้ และยังใช้ควบคู้กับยาสีฟันยิ่งให้ผลที่ดีมากขึ้น ใบอ่อนใช้ทำอาหารทานได้เป็นผักเคียง และมีคุณสมบัติของยารักษาโรคท้องร่วง บิด ริดสีดวง เมล็ดในก็นำไปทำเป็นอาหารได้เช่นกันมีรสชาติอร่อย คุณค่าทางอาหารสูงไม่น้อยหน้าอาหารจำพวกไข่ และไม่เพิ่มไขมันในเส้นเลือด เป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายที่สุดในอาหารจำพวกถั่ว เยือหุ้มของเมล็ดใน ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ สามารถสกัดกรดน้ำมันได้จาก เปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบในอุสาหกรรมผ้าเบรก แผ่นครัช สีทาบ้าน กระเบื้องยางปูพื้น สามารถทำเป็นยารักษาโรคเหน็บชา โรคเลือดคั่ง โรคผิวหนังเป็นต้น ผลของมะม่วงหินพานต์ นำไปทำอาหารเช่นแยม เครื่องเดิม น้ำส้มสายชู ไวน์